การเลือกหูฟังแพทย์ การเลือกสเต็ตโทสโคป การเลือก stethoscope

เลือกหูฟังแพทย์ ฉบับมือใหม่

ชื่อที่เรียกว่า หูฟังแพทย์ หรือหูฟังคุณหมอนั้น อาจเป็นชื่อที่ชาวบ้านชาวช่องทั่วๆไปใช้เรียกเครื่องมืออะไรซักอย่างที่คุณหมอใช้ฟังเสียงที่หน้าอกและแผ่นหลังของเราเมื่อเราไปหาหมอด้วยอาการเป็นหวัด ปวดหัว ตัวร้อน ซึ่งจริงๆแล้วหากจะเรียกให้ถูกต้องมักจะเรียกทับศัพท์ว่า สเต็ตโทสโคป ซึ่งมาจากคำภาษาอังกฤษว่า Stethoscope และมักเรียกกันย่อๆว่า สเต็ต (Steth)

 

Stethoscope นั้น ไม่ได้ใช้เฉพาะแพทย์เท่านั้นนะครับ แต่อาชีพอื่นอีกหลายอาชีพก็จะต้องใช้ steth ตัวนี้ด้วยเหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น สัตวแพทย์ พยาบาล รวมทั้งอาชีพใหม่(ที่ต่างประเทศมีมานานแล้ว) ก็คือนักปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์ หรือ พาราเมดิกส์ (Paramedic) เป็นต้นครับ

 

นิสิตนักศึกษาที่เรียนสาขาตามข้างต้น โดยเฉพาะแพทย์ที่เรียนอยู่ในชั้น Clinic นี่มักจะต้องมีเจ้า steth นี้ ไว้ประจำตัวกันทุกคน ซึ่งการเลือกซื้อ steth อันแรกให้ดีและเหมาะสมที่สุดก็เป็นเรื่องที่ทำให้นิสิตนักศึกษาที่กำลังจะขึ้นเรียนชั้น Clinic ต้องหนักใจกันพอสมควร เพราะ steth นั้น นอกจากจะมีราคาที่สูงเอาเรื่องแล้ว ยังมีหลายแบบ หลายยี่ห้อซะอีก

 

วันนี้ ก็เลยจะมาเล่าเรื่องของ Stethoscope ฉบับมือใหม่ เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นโดยขอเล่าแบบเรียงเป็นข้อๆ (ตามที่นึกออก) ไปเรื่อยๆ นะครับ

  1.  Steth ในบ้านเรานั้น ที่นิยมกันมากที่สุดก็คือยี่ห้อ 3M LITTMANN หรือจะเรียกสั้นๆ เป็นที่เข้าใจตรงกัน ว่ายี่ห้อ 3M ก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด ซึ่งก็ไม่ต้องสงสัยนะครับว่า 3M นี้ ก็เป็นยี่ห้อเดียวกันกับผู้ผลิตฝอยขัดหม้อที่เรารู้จักในนาม 3M Scotch-Brite นั่นแหละครับ (ฮา)
  1. Steth ที่กำลังไล่ตาม 3M มาแบบแรงๆ(แต่ห่างๆ) มีชื่อยี่ห้อว่า MDF ครับ ซึ่งก็เป็นธรรมชาติของมวยรองเมื่อจะเป็นผู้ท้าชิง ที่นอกเหนือจากต้องมีคุณภาพที่สูสีกันแล้วก็จะต้องมีอะไรดีอีกซักอย่าง ซึ่งที่เห็นได้ชัดก็ราคานั่นไงครับ ราคาของ MDF จะถูกกว่า เมื่อเทียบกันรุ่นต่อรุ่นกับ 3M LITTMANN ครับ
  1. Steth แบ่งออกเป็นประเภทหลักๆได้ 2 กลุ่ม ก็คือแบบที่เราเห็นได้ทั่วๆไป ซึ่งก็อาจเรียกว่าเป็นรุ่น Classic ก็ได้ ส่วนอีกรุ่นหนึ่งจะเป็นรุ่น Cardio ครับ
    ซึ่งเพื่อให้นึกภาพออก ใคร่รบกวนดูตามรูปประกอบนี้นะครับ

3M Littmann รุ่น Classic

3M Littmann รุ่น Cardio

สองรูปข้างบนนี้เป็น ยี่ห้อ 3M Littmann นะครับ โดยรูปแรกเป็นรุ่น Classic ส่วนรูปถัดมาก็เป็นรุ่น Cardio ซึ่งทั้ง Classic หรือ Cardio ก็จะมีรุ่นย่อยๆ ลงไปอีก เช่น Classic III ซึ่งก็จะแพงกว่า Classic II เป็นต้น และในรุ่นเดียวกันแต่สีแตกต่างกัน ก็อาจมีราคาแตกต่างกันอีกนะครับ

ทีนี้ก็มาดู MDF กันนะครับ…

MDF รุ่น MD One

MDF รุ่น Cardio

ส่วนสองรูปข้างบนนี้เป็น ยี่ห้อ MDF นะครับ โดยรูปแรก ทาง MDF เรียกว่าเป็นแบบ MD One ซึ่งหน้าตาก็จะเหมือนแบบ Classic ของ 3M ส่วนรูปถัดมาก็เป็นรุ่น Cardio ซึ่งทั้ง Classic หรือ Cardio ก็จะมีรุ่นย่อยๆ ลงไปอีก ซึ่งราคาก็จะแตกต่างกันไป และในรุ่นเดียวกันแต่สีแตกต่างกัน หรือใช้วัสดุที่แตกต่างกัน ก็อาจมีราคาแตกต่างกันอีกนะครับ

 

ทีนี้ เราก็มาว่ากันต่อนะครับ

  1.  ว่ากันว่า Steth แบบ cardio จะมีเสียงดังฟังชัดกว่าแบบ classic ซึ่งก็แน่นอนครับ Cardio Steth จึงมีราคาแพงกว่าแบบ Classic มากโขอยู่เลยครับ
  1.  Steth ปัจจุบัน ไม่ได้มีสีดำๆ ทึมๆ เชยๆ แบบในอดีตอีกแล้วครับ ในปัจจุบัน Steth มีสารพัดสีจนเลือกไม่ถูกเลยหละครับ ไม่ว่าจะเป็นสีเข้มหรือสีแบบ pastel หรือจะสีสดใสจนแสบตาก็มีให้เลือกได้ตามความพึงพอใจ และตามความมั่นใจเลยครับว่า อยากจะเด่นจนเป็นที่สนใจของเพื่อนๆและ Staff หรืออยากจะกลืนๆไปกับสภาพแวดล้อมของวอร์ดจน(อาจ)จะไม่ถูกซอยเป็นคนแรกๆ (ฮา)
  1. บางครั้งบางคราว(และหลายๆครั้ง) Steth ที่เราแสนจะทะนุทะนอม อาจถูกยืมแบบดื่อๆจาก อ. สตาฟ หรือจาก พี่เด้นท์ หรือพี่ชีฟ อย่างที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ไม่อยากจะให้ยืมก็ตาม
  1. Steth ที่ถูกยืมไปแล้ว อาจจะเร่ร่อนไปตามเตียงต่างๆ เพราะผู้ยืมก็ลืมๆว่าหยิบยืมมา ส่วนผู้ถูกยืมก็มักไม่กล้าทวง (แต่มักจะบอกว่าลืมทวง) ดังนั้น จึงต้องทำเครื่องหมายที่เห็นได้ชัดไว้ที่ Steth เพื่อให้ใครต่อใครรู้ว่าอันนี้เป็นของเรานะ ซึ่งหากให้ชัวร์ๆ ก็ติดชื่อเสียงเรียงนามเอาไว้ และจะมีเบอร์โทรศัพท์ไว้ด้วยก็ยิ่งดี
  1. และบ่อยครั้ง ไม่ได้มีใครหยิบยืมเราไปหรอก แต่เราดันลืมเอาไว้ตรงโน้นตรงนั้นเสียเอง ทีนี้ก็จะเป็นเรื่องใหญ่เพราะอาจมีผู้หวังดีหยิบไปแขวนไว้รวมๆกับ Steth ของวอร์ด หรือหยิบไปไว้ในที่อื่นๆ หรือหยิบไปใช้ ซึ่งเราก็มักจะหาไม่เจอเพราะมันเหมือนๆกันไปหมด และบ่อยครั้งก็จะสูญหายไปแบบไร้ร่องรอย
  1. ว่ากันว่าการมี Skill ในการฟังและการใช้ที่ดีนั้น สำคัญกว่าการมี Steth ที่ดี ซึ่งเป็นคำพูดที่ดูดี แต่ก็อาจจะไม่ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์นัก เพราะจริงๆแล้ว การมี Steth ดีๆ บวกกับ Skill ดีๆ ก็ทำให้อะไรๆ มันดูดีไปหมด แต่ Steth ที่ดีๆ เช่นรุ่น Master Cardio ที่ว่ากันว่าดีที่สุดของ 3M นั้น ก็แพงไม่ใช่เล่น (จริงๆแล้วแพงกว่า classic หลายเท่าเชียวครับ)  ปล. อันนี้ไม่นับรวมถึง Steth แบบดิจิตอล ที่ขยายเสียงได้ ตัดเสียงรบกวนได้ รวมทั้งบันทึกเสียงได้อีกต่างหาก ซึ่งดูตามความสามารถขนาดนี้ คงไม่ต้องนึกนะครับว่าราคาจะขนาดไหน (ฮา) 
  1. มาถึงตรงนี้ อาจต้องหมายเหตุเอาไว้ซักนิดว่า ถึงแม้ว่ารุ่น Master Cardio ของ 3M จะดีมากๆ และราคาที่แสนแพงนั้นอาจไม่ใช่ปัญหาสำหรับบางคนก็ตาม แต่ก็น่าจะไม่เหมาะกับนิสิตนักศึกษาแพทย์มือใหม่เท่าไรนัก เพราะ bell มีด้านเดียว การใช้กับเด็กเล็กอาจมีปัญหาอยู่พอสมควร ซึ่งเพื่อให้เห็นหน้าตารุ่น Master ลองรูปภาพนี้ประกอบนะครับ

หน้าตาของรุ่น master จะเป็นแบบนี้ ซึ่งหากสังเกตที่ Bell จะเห็นได้ว่าไม่เหมือนกับ Classic กับ Cardio ตามรูปก่อนหน้านี้นะครับ

  1. ส่วนรุ่น cardio กับรุ่น Classic ที่ไม่ใช่ master จะมี bell 2 ด้าน ทำให้การตรวจเด็กเล็กสามารถทำได้ทันทีโดยการสวม diaphragm ที่ bell ด้านเล็ก ก็ใช้ได้เลย
  1. ด้วยราคาของ Cardio จะแพงกว่า Classic ดังนั้นการเลือกใช้รุ่น Classic ไปก่อนจึงมักเป็นทางออกของนิสิตนักศึกษาส่วนใหญ่ ไว้พอเบื่อๆ (หรือหาย หรือพอมีตังค์) ค่อยขยับขยายหาซื้อในวันหลังก็ไม่สายจนเกินไป
  1. แต่บางคนมองว่า การใช้เงินซื้อสิ่งของเครื่องใช้อย่างอื่นที่ดูเหมือนจะสำคัญน้อยกว่า Steth เรายังยอมจ่ายได้ ดังนั้นการจ่ายเงินเพื่อซื้อ steth ที่ดีซักอัน จึงถือเป็นการลงทุนที่ดีและไม่ควรคิดมาก แต่หลายคนก็คิดว่า ควรซื้อที่ราคาและคุณภาพพอเหมาะไปก่อน แล้วค่อยว่ากันทีหลังอีกที
  1. ทราบหรือไม่ว่า แม้จะเป็นแพทย์เหมือนกันแต่ความจำเป็นในการใช้ Steth มักจะแตกต่างกัน โดยเฉพาะเมื่อเลือกเรียนต่อเฉพาะทางในหลายๆสาขา Steth อาจไม่มีความจำเป็นเลยก็ได้ การเลือกใช้ที่มีราคาแพงมากๆ จึงอาจต้องชั่งใจไว้นิดนึง
  2. แต่อย่างไรก็ตามตอนเรียนชั้น Clinic และตอนใช้ทุน ก็ยังคงต้องใช้ Steth อยู่ตลอด ซึ่งหากจะนับเวลาที่ต้องใช้แล้วก็ต้องมี 6 ปี เป็นอย่างต่ำ  และในระหว่างนั้นมักมีการได้ซื้อใหม่อย่างน้อยอีกหนึ่งครั้งด้วยเหตุผลต่างๆ เช่นชำรุดเสียหาย เก่า เบื่อ หาย หรืออยากเปลี่ยนใหม่ดื่อๆโดยไม่มีเหตุผลอันควร(ฮา)
  3. ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะเลือกใช้รุ่น Classic หรือรุ่น Cardio จะเป็นยี่ห้อ 3M หรือ MDF หรือยี่ห้ออื่นๆ ก็ตาม ที่สำคัญหลังจากตัดสินใจซื้อแล้วก็คือ การดูแลรักษาให้มีสภาพดี และอย่าให้หาย!!

การป้องกันการสูญหายของ steth  อาจมีหลากหลายวิธี เช่นการเอาหนังยางหลากหลายสีที่ใช้มัดถุงแกงมารัดขา Steth ไว้ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าถ้ารัดด้วยหนังยางสีแดงนี่ ก็คือของชั้นนะ หรือน้องผู้หญิงบางคนก็อาจเอายางมัดผมแบบแปลกๆ เก๋ๆ มารัดไว้(แทนวิธีบ้านๆ ที่เพื่อนคนก่อนหน้านั้นใช้ยางรัดถุงแกง…แบบไร้รสนิยม) ส่วนบางคนก็เอาแบบชัวร์ๆเลย โดยการเอาปากกาเมจิกแบบเปอร์มาเน้นท์หรือลิควิดเปเปอร์มาวาดรูปหรือเขียนข้อความไว้บน Steth เลย 

ซึ่งวิธีที่เชื่อกันว่าได้ผลที่สุดก็คือการเขียนชื่อของเราไว้ที่ steth แสนรักอันนั้นนั่นแหละครับ ทั้งนี้โดยหวังใจไว้ว่าหากมีใครพบเจอก็จะเอามาคืนได้ถูกคน (มองโลกในมุมบวกไว้ก่อน…) ส่วนพอเขียนไว้บน steth แล้ว จะสวยหรือไม่สวยก็เป็นอีกเรื่องนึง(ฮา)

 

 

ซึ่งหากพี่ๆน้องๆสนใจวิธีนี้  แต่ไม่อยากขีดเขียนลงบน steth

ทาง Leather De Lim ได้จัดทำป้ายชื่อ (Name Tag) ที่ทำจากหนังแท้มาให้เลือกใช้กัน โดยสามารถเลือกแบบ เลือกสี และเลือกสลักข้อความที่ต้องการได้

 

ลองแวะเข้าไปดู Name Tag ที่มุมสินค้าของ Leather De Lim นะครับ 

นั่น…แอบโฆษณาซะหน่อยนึง (ฮา)